http://www.saksitsart.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 ศักดิ์สิทธิ์ศาสตร์  บทความ  รวมรูปผลงาน บล็อค  ติดต่อเรา
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   Cart รายการสั่งซื้อ (0) 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 06/07/2009
ปรับปรุง 06/01/2017
สถิติผู้เข้าชม3,075,976
Page Views4,905,672
« July 2020»
SMTWTFS
   1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
พรหมศาสตร์มหัศจรรย์ สายพระธรรม
ยมุนาพยากรณ์
ศูนย์รวมสินค้าและบริการทีมงานพรหมศาสตร์
โหราศาสตร์สถาน " โหราตัวแม่ "
โฆษณาประชาสัมพันธ์
สมุดบันทึกการทำงาน
ลงเสน่ห์ที่เครื่องสำอางค์ที่คุณก็ทำได้ง่ายนิดเดียว
นิทานอีสป นิยายเปรียบเทียบสะท้อนสังคมยุคปัจุบัน
ถามหมอชีวกโกมารภัจ์ มหาพรหมนุษยักษ์ อาจารย์ศักดิ์สิทธิ์
ร้านค้าพรหมศาสตร์มหัศจรรย์
พระคาถายันต์สุดยอดมหาเสน่ห์แบบง่ายแต่ได้ผลเกินคาด
สอนวิชาเขียนยันต์ลบผงทำสาลิกาป้อนเหยื่อให้หญิงรักชายหลง
เคล็ดลับสรรพวิชาที่คุณสามารถนำไปทำเองได้
ตำนานพระฤษี
ห้องรับแขกแผนกประชาสัมพันธ์
ประกาศ
พบแพทย์ชีวกโกมารภัจ
คุยกับพ่อ(พระเทพบิดร)
แพทย์สี่แผน
เปิดบันทึกอดีตกรรมฉบับนรกภูมิ
ท่องแดนนรกภูมิ
ยินดีต้อนรับคุณเข้าสู่โลกในมิติที่สี่ดินแดนแห่งความลี้ลับมหัศจรรย์
ฮวงจุ้ยเทวศาสตร์
คุยกับอาจารย์
ติดต่อเรา
ชมรมคนเกลียดเมีย
ชมรมคนเกลียดผัว
ห้องสมุด
นิทานล้างสมอง
ไสยศาสตร์ มนต์ขาว มนต์ดำ
ห้องโหราศาสร์
ห้องอาถรรพณ์ศาสตร์
ห้องพลังจิตวิญญาณ
ห้องวิญญาณศาสตร์
ห้องเทวศาสตร์
พรหมศาสตร์มหัศจรรย์
 

วิปัสสนา

วิปัสสนา

          วิปัสสนาคือการพิจารณาธรรมชาติที่เป็นจริง ปล่อยให้เป็นไป       ตามธรรมชาติ อย่าไปฝืนมัน คือตัวปัญญาที่เข้าไปเห็น

นามรูปเป็นอนิจจัง นามรูปเป็นทุกขัง นามรูปเป็นอนัตตา

วิปัสสนายิ่งเรียนกิเลสยิ่งลดลง ละรูป ละนาม แยกรูป

แยกนาม สลายไปหมดไม่เหลืออะไรเลย

วิปัสสนา ไม่ต้องนั่งจดจ่อเฉพาะเรื่องใดเรื่องหนึ่ง

ติดตามดูอาการลมหายใจเข้าออกตลอดเวลา

การหายใจเข้าไม่หายใจออกก็ตาย ร่างกายกินอยู่ตลอดเวลา

เราต้องหาให้ร่างกายกิน ร่างกายต้องการอาหาร อากาศ

กินอยู่ตลอดเวลาเมื่อมนุษย์โตขี้นจะเกิดความต้องการทางเพศ

เป็นความอยากตามธรรมชาติ

ในทางวิปัสสนาอาหารที่กินเข้าไปจะเป็นอะไรก็ได้ กินเพื่อดับหิว

ไม่ต้องการรส

กินด้วยกิเลส คือกินเพื่อต้องการรสชาด ความอร่อย ไม่อร่อย

ก็ไม่กิน สมมติว่าคุณกินอาหารจานละหนึ่งพันเป็นอาหารที่คุณ

เห็นว่าอร่อยมาก คุณลองเคี้ยวอาหารชามนี้ดูซิ แต่อย่ากลืน

ให้คุณคายลงในชามเปล่าอีกใบหนึ่ง เคี้ยวให้หมดชามแรก และก็คายลงในชามที่สอง ทีนี้คุณลองพิจารณาดูซิว่าอาหารที่คุณเคี้ยวชามนี้มีราคาแพง ซึ่งเป็นอาหารที่ผสมน้ำลายคุณเอง แล้วให้คุณตัก

อาหารที่คุณเคี้ยวแล้วนั้นใส่ปากอีกที ..คุณจะยังสามารถกินต่อไปได้หรือไม่? ส่วนใหญ่หรือเกือบทั้งหมดไม่ยอมกิน ทำไมล่ะ ก็มันมีราคาแพงมิใช่หรือ?

แต่ถ้าคุณกินด้วยปัญญา คืออาหารอะไรก็ได้ขอเพียงแต่กินแล้วอิ่ม

กินเพื่อแก้ทุกข์ ไม่ต้องการสชาด รสเป็นไปเพื่อสนองกิเลส

อาหารไม่อร่อยโทสะกิเลสก็อาศัย อาหารอร่อยโมหะกิเลสก็อาศัย

 ไม่ไปยึด ว่าต้องอร่อย ต้องแพงจึงจะกิน

อาหารราคาถูกกินก็อิ่มได้ คุณลองนึกดูช้าง ม้า วัว ควายมันกินหญ้า กินใบไม้ มันก็ยังเติบโตได้ มันมิต้องกินด้วยกิเลสเหมือนพวกมนุษย์

คนรวยก็รวยล้นฟ้า คนจนก็จนแทบไม่มีอะไรจะยาไส้

มนุษย์ควรละอุปทาน ไม่ยึดมั่น ถือมั่น ละตัวตน

การละตัวตน ให้พิจารณาว่า สิ่งทั้งหลายไม่ใช่ของเรา

ตัวเราก็ไม่ใช่ของเรา มีเพียงธาตุสี่เท่านั้นที่เข้าไปคุมเรา

สภาวะทั้งหลายไม่มีตัวตน

ก้อนดิน ก้อนหินไม่มีเจ้าของเป็นของกลาง เมื่อใครชอบก็จะยึดสิ่งนั้นเป็นของตน ความจริงไม่ใช่ เพราะเรายึดมั่นในสิ่งของนั้น

ผัวเมียของเราก็ไม่ใช่สังขารของเรา เราไปยึดมั่นก็เป็นของเรา

เป็นสมมติเป็นสัจจะธรรม เกิดความรัก ความเป็นเจ้าของขึ้นมา

มนุษย์จะกำหนดเอง เช่นลูก เมียเราป่วย ทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่ร่างกายของเรา

เราก็ทุกข์ไปด้วย เกิดเพราะความหลงผิด

ธาตุดินที่เป็นก้อนอุจจาระที่ออกมาจากสังขารของคนที่เรารัก

เราไม่ผูกพัน

ลูกคือธาตุดินที่ออกมาจากสังขารของคนที่เรารัก เราผูกพัน

ธาตุน้ำที่เป็นปัสสาวะที่ออกมาจากสังขารของคนที่เรารัก

เราไม่ผูกพัน

สมถะ( ต้องการหนีความจริง) คือการไม่ยึดมั่นธรรมชาติ

ฝืนธรรมชาติ

อย่างนี้เราไม่ชอบเราไปฝืนมัน เป็นการหลุดพ้นโดยการปล่อยวาง

เป็นอำนาจทางโลกียธรรม

สมถะยิ่งเรียนกิเลสยิ่งเพิ่มขึ้นจากที่ไม่มีรูป พยายามสร้างขึ้นมา

จนเป็นตัวตนขี้นมาได้....


 

 


 

 

 

 

 
Link
เพื่อนบ้านทั้งหมด
เพื่อนบ้านทั้งหมด

พรหมศาสตร์มหัสจรรย์

 
view