http://www.saksitsart.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 ศักดิ์สิทธิ์ศาสตร์  บทความ  รวมรูปผลงาน บล็อค  ติดต่อเรา
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   Cart รายการสั่งซื้อ (0) 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 06/07/2009
ปรับปรุง 06/01/2017
สถิติผู้เข้าชม3,076,666
Page Views4,909,447
« July 2020»
SMTWTFS
   1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
พรหมศาสตร์มหัศจรรย์ สายพระธรรม
ยมุนาพยากรณ์
ศูนย์รวมสินค้าและบริการทีมงานพรหมศาสตร์
โหราศาสตร์สถาน " โหราตัวแม่ "
โฆษณาประชาสัมพันธ์
สมุดบันทึกการทำงาน
ลงเสน่ห์ที่เครื่องสำอางค์ที่คุณก็ทำได้ง่ายนิดเดียว
นิทานอีสป นิยายเปรียบเทียบสะท้อนสังคมยุคปัจุบัน
ถามหมอชีวกโกมารภัจ์ มหาพรหมนุษยักษ์ อาจารย์ศักดิ์สิทธิ์
ร้านค้าพรหมศาสตร์มหัศจรรย์
พระคาถายันต์สุดยอดมหาเสน่ห์แบบง่ายแต่ได้ผลเกินคาด
สอนวิชาเขียนยันต์ลบผงทำสาลิกาป้อนเหยื่อให้หญิงรักชายหลง
เคล็ดลับสรรพวิชาที่คุณสามารถนำไปทำเองได้
ตำนานพระฤษี
ห้องรับแขกแผนกประชาสัมพันธ์
ประกาศ
พบแพทย์ชีวกโกมารภัจ
คุยกับพ่อ(พระเทพบิดร)
แพทย์สี่แผน
เปิดบันทึกอดีตกรรมฉบับนรกภูมิ
ท่องแดนนรกภูมิ
ยินดีต้อนรับคุณเข้าสู่โลกในมิติที่สี่ดินแดนแห่งความลี้ลับมหัศจรรย์
ฮวงจุ้ยเทวศาสตร์
คุยกับอาจารย์
ติดต่อเรา
ชมรมคนเกลียดเมีย
ชมรมคนเกลียดผัว
ห้องสมุด
นิทานล้างสมอง
ไสยศาสตร์ มนต์ขาว มนต์ดำ
ห้องโหราศาสร์
ห้องอาถรรพณ์ศาสตร์
ห้องพลังจิตวิญญาณ
ห้องวิญญาณศาสตร์
ห้องเทวศาสตร์
พรหมศาสตร์มหัศจรรย์
 

จิตใต้สำนึกของบุคคลธรรมดาทั่วไปสามารถหยั่งรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าได้ ?

จิตใต้สำนึกของบุคคลธรรมดาทั่วไป

สามารถหยั่งรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าได้  ?

 

ผม ( เคย ) ทำงานเป็นพนักงานในรัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่ง

เมื่อหน่วยงานที่ผมทำงานอยู่มีโครงการเกษียณก่อนอายุ

ผมเป็นผู้หนึ่งที่ ( รีบ ) เข้าร่วมในโครงการนั้นทันที

จ. เป็นพนักงานขับรถในแผนกขนส่ง

เขาเดินเข้ามาร่วมวงสนทนาด้วยแต่เมื่อเพื่อนคนหนึ่ง

ซึ่งปกติเคยพูดจาล้อเล่นกันอยู่เป็นประจำถามเขาว่าจะเข้าร่วมโครงการหรือไม่ ?

คำถามธรรมดาเพียงคำเดียวไม่น่าเชื่อที่จะทำให้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันและไม่น่าเชื่อขึ้น

จ.      แสดงกิริยาที่ก้าวร้าวเกี้ยวกราดรุนแรงออกมา

ฉ.     เขาตะคอกใส่หน้าคนถามตาขวางเส้นคอโป่งแบบไม่เคยเป็นมาก่อน

  มึงไม่ต้องมาถามกูเลย  ต่อไปนี้ใครไม่ต้องมาถามเรื่องลาออกกับกูอีก

  กูไม่มีวันลาออก  กูจะตายอยู่ที่นี่ 

ผมจะไม่คิดมากถ้าเขาพูดแบบธรรมดาที่ไม่ใส่อารมณ์เกินกว่าเหตุ

แต่ผมรู้สึกเย็นวาบขนลุกซู่ซ่าไปทั้งตัวความรู้สึกอย่างหนึ่งบอกผมว่า

จ . จะต้องอยู่ที่ทำงานนี้ตลอดไปโดยไม่มีวันออกอีกแล้ว

หลังจากผมลาออกได้ไม่นานเพื่อนร่วมงานที่ยังทำงานอยู่โทรศัพท์ไปบอกผมที่บ้านว่า

จ . ได้จากเพื่อนๆไปเสียแล้ว

เขาเป็นลมชักตายที่สถานีรถไฟดอนเมืองขณะเดินทางกลับบ้านแถวนั้น

 

อีกเรื่องหนึ่ง

เรื่องนี้ก็เกิดขึ้นกับเพื่อนร่วมงานของผมอีกคนหนึ่งแต่รายนี้เป็นหญิง

หล่อนแสดงกิริยาทางท่าทางที่รุนแรงเกินกว่าเหตุ

เมื่อถูกถามเรื่องความสมัครใจเข้าร่วมโครงการ

แผดเสียงตะโกนอย่างคลุ้มคลั่งว่าหล่อนรู้ดีว่าหลายคนเกลียดชังและอยากให้หล่อนลาออก

แต่หล่อนจะแกล้งอยู่ไปให้นานที่สุดเพื่อเป็นการประชดคนที่เกลียดและอยากให้หล่อนออก

หล่อนจะอยู่เป็นก้างขวางคอ  อยู่เพื่อทรมานใจทรมานความรู้สึกของคนอื่น

อยู่เพื่อให้คนที่เกลียดอกแตกตาย

ผมเกิดความรู้สึกที่ลึกๆ ว่า  หล่อนกำลังบอกเพื่อนๆว่า  หล่อนจะต้องตายอยู่ที่นี่

คนทั้งสองพูดเป็นลางร้ายเป็นสังหรณ์ที่บอกใบ้ให้รู้ถึงเหตุการณ์ล่วงหน้าของตน

คำพูดเป็นนัยๆ ประกอบกับปฏิกิริยาท่าทางที่แสดงออกอย่างผิดปกติ

ทำให้ทราบได้ว่ามันไม่ธรรมดา

 

ทั้งสองมิได้พูดหรือแสดงท่าทางที่รุนแรง

เพราะกำลังอยู่ในสภาพที่อารมณ์ไม่ค่อยดีหรือมีเรื่องเครียด

เพราะก่อนหน้าที่ถูกถามถึงเรื่องนี้ทั้งคู่ยังพูดจาหยอกล้อแซวเพื่อนฝูงและหัวเราะกันอยู่

คุณว่าสามารถเป็นไปได้ใหมที่ติตใต้สำนึกของบุคคลธรรมดาทั่วไป

ก็สามารถหยั่งรู้ถึงเหตุการณ์ล่วงหน้าของตนได้  ?

ผมไม่ปฏิเสธที่หลายท่านจะอ้างว่ามัน ( อาจ ) เป็นเหตุบังเอิญก็ได้

 

หลายคนอาจมีความเห็นที่ขัดแย้งกับผม

  จะยึดถือบุคคลทั้งสองเป็นหลักเป็นกฏเกรณฑ์วัดคนอื่นย่อมมิได้

แต่เท่าที่ผมได้พบจากประสบการณ์ของจิตและวิญญาณ

ทั้งที่เกิดขึ้นกับผมโดยตรงและจากปากคำบอกเล่าของคนที่เชื่อถือได้

 

เด็กนักเรียนหญิงนำหนังสือนิยายที่เพื่อร่วมชั้นเรียนให้ยืมอ่านไปคืน

ก่อนที่เธอจะอ่านจบทั้งๆที่เธออยากอ่านมาก

เมื่อเพื่อนถามว่า  ทำไมเธอจึงไม่อ่านให้จบก่อนจึงค่อยนำไปคืน

 เธอตอบกับเพื่อนด้วยสีหน้าเศร้าสร้อยว่า

    ฉันคงไม่มีเวลาอ่านเสียแล้วละ  ขอบคุณเธอมากนะ  ฉันคงคิดถึงเธอ

เพื่อนหญิงรู้สึกใจคอไม่ค่อยดีเกิดลางสังหรณ์แปลกๆ จึงซักถามว่าเธอจะไปไหน ?

 แต่  เธอไม่ตอบเหมือนไม่ได้ยินที่เธอถาม

เธอตายด้วยอุบัติเหตุรถยนต์ชนรถจักรยานที่เธอขี่กลับจากโรงเรียนตายคาที่

คนขับรถยนต์ผู้แสนดีปฏิบัติตามกฏของคนขับทั่วไปโดยเคร่งครัดคือ

หนีได้เป็นหนี   หนีก่อนค่อยเจรจาทีหลัง

 

เด็กนักเรียนชายนำร้องเท้าคู่โปรดของเขาซึ่ง

เพื่อนอยากได้และไฝ่ฝันแต่ไม่มีปัญญาซื้อมาให้เพื่อน

เมื่อเพื่อนผู้โชคดีโดยไม่คาดฝัน ( ที่ได้ร้องเท้าที่ตนอยากได้มาก )

และโชคร้าย  ( ที่กำลังจะสูญเสียเพื่อนที่ดีไป ) ถามถึงสาเหตุที่ให้

  ก็กูเห็นว่ามึงอยากได้นักไม่ใช่เหรอ  กูให้มึง  มึงก็เอาไปซิ

  ต่อไปนี้กูคงไม่มีโอกาสได้ใช้มันอีกแล้ว

สองวันต่อมาเขาก็ประสบอุบัติเหตุรถโดยสารประจำทางชนกับรถสิบล้อร่างแหลกเหลวตาย

เพื่อนที่ได้รับมอบรองเท้าคู่โปรดของเพื่อนที่ตายถึงกับเข่าอ่อนคิดจะนำรองเท้าไปคืน

โดยให้เผาไปพร้อมศพเพื่อน

แต่พ่อผู้ตายขอให้เขาเก็บรักษารองเท้านั้นไว้โดยอ้างเหตุผลว่า

  มันคงเป็นความประสงค์ของผู้ตาย 

ที่ต้องการมอบรองเท้าคู่โปรดนี้ไว้ให้เพื่อนรักเก็บไว้ดูต่างหน้าเขา

ถ้าเขาอยากเอารองเท้าคู่นี้ไปด้วย  เขาก็คงไม่ให้ไว้กับเธอหรอก 

 

การหยั่งรู้เหตุการณ์ล่วงหน้ามักจะเกิดขึ้นกับผู้ที่ใกล้ตายเท่านั้นหรือ ?

เราสามารถนำลางสังหรณ์มาใช้เป็นประโยชน์ได้อย่างไร ?

ถ้าการหยั่งรู้เหตุการณ์ล่วงหน้า ( ก่อนต่าย )

หรือลางสังหรณ์เกิดขึ้นกับตัวของคุณเองคุณจะทำอย่างไร  ?

ถ้าการหยั่งรู้เหตุการณ์ล่วงหน้า  ( ก่อนตาย )

 หรือลางสังหรณ์เกิดขึ้นกับคนที่คุณรักคุณจะทำอย่างไร  ?

คุณจะแก้ไขได้อย่างไร ?

ความตายไม่มีใครหนีพ้นได้จริงหรือ ?

ไม่มีผู้ใดจะช่วยให้คนถึงฆาตชะตาขาดรอดพ้นจากความตายใช่ไหม  ?

ท่านอาจารย์ผู้เป็นพระสงฆ์ในพุทธศาสนาเคยเล่าให้ผมฟัง

 

การแก้เคล็ดเพื่อเป็นการช่วยชีวิตของผู้ที่เกิดการหยั่งรู้เหตุการณ์ล่วงหน้า ( ก่อนตาย ) หรือ

เกิดลางสังหรณ์ ( ก่อนตาย ) ทำได้

แต่จะต้องทำการแก้ไขด้วยความรอบคอบทำด้วยสติปัญญา 

มิฉะนั้นจะเกิดภัยเข้าตัวผู้แก้เคล็ดนั้น

รายแรก

คนขับรถบรรทุกหกล้อจะเดินทางไปส่งของทางภาคเหนือในวันรุ่งขึ้น

คนในครอบครัวรวมทั้งย่าซึ่งแก่จนหลังค่อมตัวงอเป็นกุ้งตาหูไม่ค่อยดี

สังเกตุเห็นความผิดปกติของเขา

จากปกติวิสัยที่เป็นคนรื่นเริงสนุกสนานชอบพูดเล่นกลับกลายเป็นคนที่เงียบขรึมเหม่อลอย

เมื่อถูกถามถึงอาการผิดปกติเขาก็ปฏิเสธอ้างว่าอาจจะเกิดจากการที่มีงานหนัก

ก่อนออกเดินทางเขาขอให้ย่าซึ่งรักเขามาก

ทำขนมจีนแกงไก่ให้กินกับขนมจีนซึ่งเป็นของโปรดของเขาย่าก็เอาใจทำให้กิน

 

ขณะที่เขากำลังตักขนมจีนปลาดุกใส่ปากเขาก็หยุดชะงักถอนหายใจเฮือกใหญ่

หันไปมองหน้าย่าเหมือนจะเป็นการมองครั้งสุดท้ายอย่างอาลัยรัก

  ผมคงจะได้กินแกงปลาดุกกับขนมจีนของย่าครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายแล้ว

 ต่อไปคงไม่มีโอกาสได้กินอีก 

หญิงชราอายุเกือบร้อยสะดุ้งเฮือกสุดตัว  หน้าแกซีดเผือด  พรวดพราดลุกขึ้น 

มือที่เหี่ยวย่นเหลือแต่หนังหุ้มกระดูกของแกปัดชามใส่

ชามแกงปลาดุกหกสาดกระจายไปทั่ว  ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน

แกส่งเสียงร้องไห้โฮออกมาดังๆ พร้อมกับส่งเสียงเอะอะโวยวายเหมือนคนขาดสติ

  หยุดเดี๋ยวนี้นะ  มึงหยุดเดี๋ยวนี้  กูไม่ให้มึงกินแกงปลาดุก  ขนมจีนของกูหรอก 

มึงไม่ได้แดกแกงปลาดุกขนมจีนกูแน่ 

 

หลานชายสุดสวาทของแกนั่งงงเป็นไก่ตาแตก

ต่างก็รุมซักเหตุผลที่คุณย่าร้องเอะอะโวยวายเหมือนคนเสียสติ

แต่แกก็ได้แต่สั่นศีรษะและร้องไห้

เมื่อแกพยายามขอร้องไม่ให้หลานชายที่รักของแกเดินทางไปต่างจังหวัดไม่เป็นผล

แกก็เปลี่ยนเป็นการขอสัญญาสองข้อ

ข้อที่หนึ่ง

ต้องให้สัญญากับแกว่าถึงอย่างไรก็ตามจะต้องกลับมากินแกงปลาดุกกับขนมจีนของแกอีก

ข้อที่สอง

ตั้งแต่เดี๋ยวนี้เป็นต้นไปโดยเฉพาะอย่างยิ่งคือระหว่างเดินทาง

ห้ามกินแกงปลาดุกกับขนมจีนโดยเด็ดขาด

คืนนั้นผู้เป็นย่าฝันเห็น

ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งมายืนจ้องหน้าแกด้วยสายตาที่แสดงความเครียดแค้นและอาฆาต

แต่ไม่ได้พูดอะไรแล้วหายไป

รถที่หลานชายของแกขับไปเกิดอุบัติเหตุ

คนขับตายคาพวงมาลัยหนึ่งอีกคนหนึ่งเพียงสลบไม่ถึงตาย

คุณผู้อ่านจะถือว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญอีกก็ได้นะครับที่ . . .

หลานชายของย่าฟื้นขึ้นในเวลาเดียวกับที่ย่าเป็นลมตาย

หญิงชราตายอย่างเป็นสุขใบหน้าของแกไม่มีร่องรอยของความทุกข์จากการตายของแก

รอยยิ้มที่มุมปากเหี่ยวๆของแกเป็นเครื่องยืนยันว่า

แกตายไปอย่างมีความสุขและพอใจที่จะได้ตาย

. . . ( แทนหลานแก ) . . .

 

รายที่สอง

ความเชื่อถือของคนโบราณท่านกล่าวไว้ในตำราไสยศาสตร์ว่า

   มันผู้ใดที่เงาหัวหายจักต้องมีภัยถึงตายโหงภายในสามวันเจ็ดวัน  

และท่านยังชี้ทางออกให้ไว้ว่า

ถ้าจะแก้ ( เคล็ด )  ท่านให้เอา

 

สิ่งของที่มีลักษณะกลมขนาดใกล้เคียงกับศีรษะมาบังแสงต่อหัวเงาให้ร้องบอกเป็นเคล็ดว่า   ต่อให้แล้วนะไม่ตายแล้ว

 

เสภาเรื่องขุนช้างขุนแผนมีอยู่ตอนหนึ่งได้กล่าวไว้ว่า

   ครั้นรุ่งสว่างกระจ่างฟ้า   ขุนเพชรอินทราไม่ช้าได้

อาบน้ำผลัดผ้าแล้วคลาไคล     ได้ดาบคู่มือก็ถือมา

เมียยกมือไหว้แลไปดู    ไม่เห็นหัวผัวอยู่เพียงบ่า

ตกใจวิ่งไปแล้วโศกา     พ่อฟังเมียว่า  อย่าเพ่อไป

เดินมาตะกี้ไม่มีหัว      ตัวเมียนี้เห็นเป็นข้อใหญ่

สมกับความฝันที่พรั่นใจ   เข้ากอดตีนผัวไว้  ที่กลางเรือน 

ผมขอทำความเข้าใจกับคุณผู้อ่านถึงคำว่าเงาหัวหายสักนิดนะครับ

เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน

คำว่า  เงา  ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานท่านกล่าวไว้ว่า

เงา  คือ  ส่วนที่มืดหรือ  มัว  เกิดจากแสงสว่างส่องผ่านไม่ได้หรือส่องผ่านได้น้อย

แต่ส่วนคำว่า  เงาหัวขาด  หรือ  เงาหัวหาย  เงาหัวไม่มี

 เกิดจากปรากฏการณ์ที่ผิดธรรมชาติจะเกิดขึ้นกับผู้ที่จะตายโหง

ซึ่งแตกต่างกับคำว่า  ไม่เห็นเงาหัว

 ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นคำพูดที่คุณแม่พูดถึงลูก  หรือ  ศรีภรรยาพูดถึงสามี

โดยมักจะมีคำพ่วงต่อท้ายด้วยเสมอ  เช่น

    กูไม่เคยเห็นเงาหัวแม่งมาหลายวันแล้ว  ไม่รู้แม่งไปตายโหงที่ใหน 

( อาจ )  มีภรรยาผู้ปรารถนาดีแต่ประสงค์ร้ายขว้างหม้อไหใส่หัวสามี

เพื่อต่อเงาหัวให้คุณสามีที่ไม่เห็นเงาหัวก็ได้

 

 
Link
เพื่อนบ้านทั้งหมด
เพื่อนบ้านทั้งหมด

พรหมศาสตร์มหัสจรรย์

 
view