http://www.saksitsart.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 ศักดิ์สิทธิ์ศาสตร์  บทความ  รวมรูปผลงาน บล็อค  ติดต่อเรา
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   Cart รายการสั่งซื้อ (0) 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 06/07/2009
ปรับปรุง 06/01/2017
สถิติผู้เข้าชม3,076,127
Page Views4,906,052
« July 2020»
SMTWTFS
   1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
พรหมศาสตร์มหัศจรรย์ สายพระธรรม
ยมุนาพยากรณ์
ศูนย์รวมสินค้าและบริการทีมงานพรหมศาสตร์
โหราศาสตร์สถาน " โหราตัวแม่ "
โฆษณาประชาสัมพันธ์
สมุดบันทึกการทำงาน
ลงเสน่ห์ที่เครื่องสำอางค์ที่คุณก็ทำได้ง่ายนิดเดียว
นิทานอีสป นิยายเปรียบเทียบสะท้อนสังคมยุคปัจุบัน
ถามหมอชีวกโกมารภัจ์ มหาพรหมนุษยักษ์ อาจารย์ศักดิ์สิทธิ์
ร้านค้าพรหมศาสตร์มหัศจรรย์
พระคาถายันต์สุดยอดมหาเสน่ห์แบบง่ายแต่ได้ผลเกินคาด
สอนวิชาเขียนยันต์ลบผงทำสาลิกาป้อนเหยื่อให้หญิงรักชายหลง
เคล็ดลับสรรพวิชาที่คุณสามารถนำไปทำเองได้
ตำนานพระฤษี
ห้องรับแขกแผนกประชาสัมพันธ์
ประกาศ
พบแพทย์ชีวกโกมารภัจ
คุยกับพ่อ(พระเทพบิดร)
แพทย์สี่แผน
เปิดบันทึกอดีตกรรมฉบับนรกภูมิ
ท่องแดนนรกภูมิ
ยินดีต้อนรับคุณเข้าสู่โลกในมิติที่สี่ดินแดนแห่งความลี้ลับมหัศจรรย์
ฮวงจุ้ยเทวศาสตร์
คุยกับอาจารย์
ติดต่อเรา
ชมรมคนเกลียดเมีย
ชมรมคนเกลียดผัว
ห้องสมุด
นิทานล้างสมอง
ไสยศาสตร์ มนต์ขาว มนต์ดำ
ห้องโหราศาสร์
ห้องอาถรรพณ์ศาสตร์
ห้องพลังจิตวิญญาณ
ห้องวิญญาณศาสตร์
ห้องเทวศาสตร์
พรหมศาสตร์มหัศจรรย์
 

การสะกดจิตสั่งจิตใต้สำนึก

การสะกดจิตสั่งจิตใต้สำนึก .

 

การสะกดจิตและการประทับทรงมีลักณะที่เหมือนหรือใกล้เคียงกันมาก .

ส่วนที่แตกต่างกันคือ

การสะกดจิตเป็นการปฏิบัติงาน ( จิตของตนเองสั่งงาน )

ให้ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้สะกด (ซึ่งอยู่ภายนอกร่างของผู้ถูกสะกด )

( ยกเว้นการสะกดจิตตนเอง )

 

การประทับทรง ( ถ้าเป็นวิญญาณในระดับล่างจะเรียกว่าสิง )

เป็นการเข้ายึดครองร่างกายแทนจิตวิญญาณเดิม

( ร่างกายเปรียบเสมือนรถยนต์ .

 จิตวิญญาณเดิมเปรียบเสมือนเจ้าของรถซึ่งเป็นผู้ขับ . วิญญาณอื่นเหมือนผู้โดยสาร )

เมื่อผู้โดยสารมีอิทธิพลเหนือเจ้าของรถ

จะสั่งให้เจ้าของรถขับรถไปตามคำสั่งของตนเองได้ตามชอบใจ

เจ้าของรถจะต้องปฏิบัติตามคำสั่งของผู้โดยสารทั้งๆ ที่ยังมีสติเป็นตัวของตัวเองอยู่

( แต่ไม่อาจขัดขืนคำสั่งได้ )

รถยนต์ ( ร่างกาย ) ต้องขับเคลื่อนไป ( ต้องปฏิบัติตาม ) คำสั่งของผู้โดยสาร ( ผู้สะกด )

ทั้งที่คนขับยังมีสติดีอยู่

คนขับเป็นผู้ขับเคลื่อนรถยนต์เอง

รถยนต์ต้องปฏิบัติตามคำสั่งแฝง (ไม่ใช่ความต้องการที่แท้จริงของเจ้าของเดิม )

แต่เมื่อใดที่ผู้โดยสารยึดรถยนต์โดยเด็ดขาดและเป็นผู้ขับเคลื่อนเอง

เจ้าของเดิมก็จะถูกตัดขาดกการบังคับรถยนต์ (ชั่วคราว )

รถยนต์ ( ร่างกาย ) ก็จะปฏิบัติตามและขึ้นตรงกับผู้โดยสารที่เป็นผู้ถือพวงมาลัยโดยเด็ดขาด

 

การประทับทรงหรือสิงแบ่งออกเป็นสองลักษณะ

ลักษณะแรก . เป็นการเข้าแทรกแซงช่องว่าง ( ในขณะที่เจ้าของร่างเผลอตัว )

เปรียบเสมือนคลื่นแซงของวิทยุ

รายการวิทยุยังคงดำเนินต่อไป  แต่  มีเสียงสอดแทรกจากสถานีอื่นเข้ามาด้วย

เหมือนเจ้าของร่างยังสนทนาอยู่  แต่  เผลอสติพูดออกนอกเรื่อง

 เมื่อได้สติก็วกกลับมาเรื่องเดิมต่อไป

ผู้พูดจะรู้สึกตัวหรือไม่ก็ตาม

แต่สิ่งที่แน่นอนคือ  ผู้พูดมิได้มีเจตนาที่จะพูดเช่นนั้น

และบ่อยครั้งที่ผู้พูดเองก็ไม่เข้าใจในสิ่งที่ตนได้ ( เผลอ )พูดออกมา

และผู้พูดมีความรู้สึกเป็นตัวของตัวเองตลอดเวลา

แต่ด้วยพลังอำนาจความไวของคลื่นกระแสจิตที่สอดแทรกเข้ามานั้นป็นเพียงเสี้ยววินาที

เกินกว่าผู้พูดจะรู้สึกและมีปฏิกิริยาต่อต้านทัน

เกินว่าที่สมองจะแยกแยะว่าเป็นคลื่นที่มาจากเจ้าของร่างหรือคลื่นแซง

จึงส่งออกไปที่ประสาททางกายให้ปฏิบัติตาม

การพูด ( นอกโปรแกรมตามคลื่นแซง ) จึงเกิดขึ้น

ปฏบัติการทางจิตและวิญญาณในรูปแบบนี้  เรียกว่า  การแฝง

ระยะเวลาของการแฝงนี้  ส่วนใหญ่  มักใช้เวลาสั้นมาก  และ  อาศัย  ตอนเผลอ

( พระอาจารย์โรคาพฤกติณาเคยถูกพระอินทร์ท้าวสักรเทวราชเข้าแฝง

เพื่อสอนวิชาแพทย์หมอชีวกโกมารภัจจ์ )

ผู้ที่ถูกแฝง ( ในระยะยาว ) จะมีอาการง่วงมาก

เหมือนเผลอสติหลับวูบไปตามความรู้สึกอึดใจเดียวเท่านั้น

ก่อนที่จะมีความรู้สึกง่วงจะเกิดอาการขนลุกซ่าเกิดอาการวูบวาบไปทั้งตัว

ในระยะนี้ผู้ที่มีพลังอำนาจจิตแก่กล้าสามารถต่อต้านและปิดกั้นพลังคลื่นแซงได้โดยไม่ยาก

แต่การประทับทรงหรือสิงนั้น

เป็นการตัดขาดเจ้าของเดิมกับร่างออกจากกันโดยเด็ดขาด ( ชั่วคราว )

 

ถ้าจะพูดให้เข้าใจได้อย่างง่ายที่สุดคือ  การสะกดจิตและการประทับทรง ( สิง ) มีสองอย่าง

แบบรู้สึกตัวและแบบไม่รู้สึกตัว

ผู้สะกดสามารถสะกดจิต ( สั่งจิตใต้สำนึกของตนเอง ) ให้ทำตามโปรแกรมที่ตนต้องการได้

เมื่อถึงระยะเวลาที่กำหนดไว้

จิตใต้สำนึกจะสามารถถ่ายทอดคำสั่ง (บังคับ) ให้จิตใต้สำนึกปฏิบัติตามคำสั่งที่กำหนดไว้ได้

จิตใต้สำนึกสามารถที่จะปฏิบัติการได้

ในลักษณะของการเข้าแฝงหรือการยึดครอง ( ชั่วคราว ) โดยเด็ดขาด .

 

การควบคุมและใช้จิตใต้สำนึกให้เป็นประโยชน์

 

ในยุคปัจจุบันนี้นักจิตวิทยาหรือนักจิตศาสตร์

ผู้สนใจศึกษาค้นคว้าเรื่องของจิตได้ให้ความสนใจจิตใต้สำนึกกันมาก

จิตใต้สำนึกมีความสำคัญไม่น้อยหรืออาจจะมากกว่าจิตสำนึก

ถ้าเปรียบเทียบจิตเป็นเสมือนก้อนน้ำแข็งขนาดมหึมา

ที่ลอยอยู่ในทะเลแถบขั้วโลกเหนือหรือขั้วโลกใต้แล้ว

จิตสำนึกจะเป็นเสมือนส่วนน้อยที่ลอยพ้นน้ำทะเลที่สามารถมองเห็นได้

ในขณะที่จิตใต้สำนึกจะเป็นเสมือนก้อนน้ำแข็งส่วนใหญ่

ที่จมอยู่ใต้ระดับน้ำทะเลที่ไม่สามารถมองเห็นได้

แต่ส่วนที่มองไม่เห็น ( จิตใต้สำนึก )

กลับเป็นตัวผลักดันหนุนให้ส่วนที่มองเห็น (จิตสำนึก ) ปรากฏขึ้นมา

ความทรงจำที่เก็บอยู่ภายในจิตใต้สำนึกตั้งแต่แรกเกิดจนถึงปัจจุบัน

จะเป็นตัวกำหนดบุคลิกพฤติกรรมของแต่ละบุคคล

ถ้ามีความผิดปกติเกิดขึ้นเกี่ยวกับความคิดหรือการกระทำ 

นักจิตวิเคราะห์จะแก้ปัญหาด้วยพฤติกรรมย้อนรอย

โดยการสืบสาวราวเรื่องเบื้องลึกเจาะลึกเข้าไปในวิถีชีวิตในอดีตของบุคคลผู้นั้น

ตั้งแต่แรกเกิด

เพื่อหาสาเหตุของความผิดปกติที่เกิดขึ้น

นักจิตวิทยาหรือนักจิตวิเคราะห์จะให้ความสำคัญและให้ความสนใจช่วงชีวิตในวัยแรกเริ่ม

ซึ่ง ( อาจ ) ช่วยให้ได้คำตอบได้ว่าทำไมจึงเกิดความผิดปกตินั้น

จิตสำนึกคือจิตส่วนที่ทำงานขณะที่กำลังรู้สึกตัวและมีสติเต็มร้อย

รู้ว่าเราต้องการสิ่งใด?  กำลังทำอะไรอยู่?  คิดอะไร? 

มีจุดหมายที่ชัดเจนและสามารถควบคุมได้

จิตใต้สำนึกเป็นส่วนที่เก็บรวบรวมสะสมข้อมูลต่างๆ ไว้โดยไม่รู้สึกตัว

จิตสำนึกเปรียบเสมือนอาหารที่มีคุณค่าและมีประโยชน์ที่เจตนารับประทานเข้าไป

จิตใต้สำนึกเปรียบเสมือน

อาหารที่รับประทานเข้าไปโดยไม่เจตนานึกถึงคุณหรือโทษของอาหารนั้น

แต่เมื่อสะสมอาหารที่มีคุณหรือโทษนั้นจนถึงจุดหนึ่งแล้ว

อาการที่เกิดจากคุณหรือโทษของอาหารนั้นจึงปรากฏออกมาให้เห็น

  สติจะเป็นตัวที่คอยควบคุมจิตใต้สำนึกแต่อารมณ์จะเป็นตัวปลดปล่อยจิตใต้สำนึก 

เมื่อใดที่อารมณ์อิสระถูกปลดปล่อยออกมา

จิตใต้สำนึกก็จะแสดงออกได้อย่างเต็มที่และชัดเจน

 
Link
เพื่อนบ้านทั้งหมด
เพื่อนบ้านทั้งหมด

พรหมศาสตร์มหัสจรรย์

 
view