http://www.saksitsart.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 ศักดิ์สิทธิ์ศาสตร์  บทความ  รวมรูปผลงาน บล็อค  ติดต่อเรา
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   Cart รายการสั่งซื้อ (0) 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 06/07/2009
ปรับปรุง 06/01/2017
สถิติผู้เข้าชม3,076,237
Page Views4,906,330
« July 2020»
SMTWTFS
   1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
พรหมศาสตร์มหัศจรรย์ สายพระธรรม
ยมุนาพยากรณ์
ศูนย์รวมสินค้าและบริการทีมงานพรหมศาสตร์
โหราศาสตร์สถาน " โหราตัวแม่ "
โฆษณาประชาสัมพันธ์
สมุดบันทึกการทำงาน
ลงเสน่ห์ที่เครื่องสำอางค์ที่คุณก็ทำได้ง่ายนิดเดียว
นิทานอีสป นิยายเปรียบเทียบสะท้อนสังคมยุคปัจุบัน
ถามหมอชีวกโกมารภัจ์ มหาพรหมนุษยักษ์ อาจารย์ศักดิ์สิทธิ์
ร้านค้าพรหมศาสตร์มหัศจรรย์
พระคาถายันต์สุดยอดมหาเสน่ห์แบบง่ายแต่ได้ผลเกินคาด
สอนวิชาเขียนยันต์ลบผงทำสาลิกาป้อนเหยื่อให้หญิงรักชายหลง
เคล็ดลับสรรพวิชาที่คุณสามารถนำไปทำเองได้
ตำนานพระฤษี
ห้องรับแขกแผนกประชาสัมพันธ์
ประกาศ
พบแพทย์ชีวกโกมารภัจ
คุยกับพ่อ(พระเทพบิดร)
แพทย์สี่แผน
เปิดบันทึกอดีตกรรมฉบับนรกภูมิ
ท่องแดนนรกภูมิ
ยินดีต้อนรับคุณเข้าสู่โลกในมิติที่สี่ดินแดนแห่งความลี้ลับมหัศจรรย์
ฮวงจุ้ยเทวศาสตร์
คุยกับอาจารย์
ติดต่อเรา
ชมรมคนเกลียดเมีย
ชมรมคนเกลียดผัว
ห้องสมุด
นิทานล้างสมอง
ไสยศาสตร์ มนต์ขาว มนต์ดำ
ห้องโหราศาสร์
ห้องอาถรรพณ์ศาสตร์
ห้องพลังจิตวิญญาณ
ห้องวิญญาณศาสตร์
ห้องเทวศาสตร์
พรหมศาสตร์มหัศจรรย์
 

เทียนมนต์ระเบิดน้ำ ระเบิดดิน

เทียนมนต์ระเบิดน้ำ  ระเบิดดิน

 

หลายคนคงจำตำนานเรื่อง ชาละวันไกรทองได้

ไกรทองใช้เทียนมนต์ก่อกวนให้ชาละวันเกิดความลุ่มร้อนจนไม่อาจทนนอนกบดานอยู่กับบรรดาเมียได้

ต้องพรวดพราดโผล่ขึ้นมา

คุณลองคิดดูเองก็แล้วกันว่า อำนาจฤทธิ์ของเทียนมนต์นั้นจะร้ายแรงสักเพียงใด

ขนาดชาละวันซึ่งกำลังกบดานอยู่กับบรรดาเมียทั้งหลายยังต้องรีบเผ่นออกจากถ้ำ

(ถ้าเป็นคุณจะยอมออกจากถ้ำมั๊ย  ?)

ครั้งที่สองไกรทองใช้เทียนมนต์ระเบิดน้ำลงไปสังหารชาละวันถึงในถ้ำทอง

เรื่องของเทียนมนต์ระเบิดน้ำและเทียนมนต์ขอเบิกทางแม่พระธรณีนั้นเป็นเรื่องจริงนะครับ

แต่มันไม่ถึงขนาดเปิดทางให้น้ำแยกออกเป็นช่องจนลงไปเดินเล่นใต้น้ำได้หรอกครับ

เขาใช้เทียนมนต์เพื่อก่อกวน (กลั่นแกล้ง) วิญญาณของภูติผีปีศาจที่ชั่วร้ายซึ่งสิงสถิตอยู่ในน้ำ
ให้ร้อนจนทนอยู่มิได้

ต้องรีบลนลานเผ่นพรวดพราดขึ้นจากน้ำหนีไปอยู่ที่อื่น

ขืนอยู่ช้าจะเป็นเสมือนตั๊กแตนคาตังก้าทอดน้ำมันเดือดยังไงยังงั้น

วิชานี้โบราณจารย์ท่านใช้สำหรับปราบพวกรากษส

(รากษส คือ ผีที่สิ่งสู่อยู่ในน้ำตามบึงตามหนองน้ำตามลำธารหรือสระ
เป็นผีน้ำที่ตัดต่อยีนส์มาจากผีผสมยักษ์)

วิญญาณผีร้ายจะคอยหลอกล่อเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายให้ตกลงไปในน้ำ
และจะคอยฉุดกระชากเหยื่อที่หลงเข้าไปใกล้บึงที่พวกมันอาศัยอยู่

หลายคนตกลงไปตายในน้ำทั้งที่ว่ายน้ำเก่งหลายคนที่ไม่เชื่อเรื่องผีพากันคิดว่า

ผู้ตายเกิดเป็นลมหน้ามืดตกลงไปตายในน้ำเอง

ผีร้ายจะแปลงร่างเป็นปลาสวยงามรูปร่างแปลก ๆ
หรือเป็นสิ่งของเป็นตุ๊กตาเด็กเล่นลอยตามน้ำ

มาเพื่อหลอกล่อให้เด็กเกิดความอยากได้

ครั้งแรกจะลอยติดอยู่ริมบึงแต่เมื่อเด็กเอื้อมมือไปเก็บก็จะค่อย ๆ ลอยเขยิบหนีห่างออกไปทีละนิด

จนเด็กหัวทิ่มลงไปในน้ำ

พวกผีน้ำจะช่วยกันฉุดแขนลากขาออกไปสู่น้ำลึกจนเด็กต้องจมน้ำตายไปแล้วหลายราย

ท่านอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญวิชาไสยศาสตร์นำก้อนขี้ผึ้งแท้สีน้ำตาล 

ที่เหนียวแต่นิ่มมาหุ้มไส้เทียนปั้นเป็นแท่งเทียน

ใช้เหล็กจานลงอักขระที่ลำเทียนเป็นภาษาขอม

วิเวนะ

เขาไปนั่งสวดมนต์ภาวนาปลุกเสกเทียนมนต์ระเบิดน้ำริมบึง

ให้ศิษย์ (คนเดียว) ของท่านไปตักน้ำในบึงมาให้ท่านเต็มขันใบเขื่องวางลงตรงหน้าท่าน

พร้อมกับเริ่มจุดเทียนทำน้ำมนต์

หยดดอกเทียนลงน้ำในขันตลอดเวลา

ห้านาทีผ่านไปสิ่งที่น่ามหัศจรรย์ก็บังเกิดขึ้น

น้ำตาเทียนที่หยดลงสู่น้ำกลายเป็นลูกไฟพุ่งลงไปในน้ำ

เมื่อลูกไฟกระทบผิวน้ำกลับมีไฟพุ่งขึ้นด้านลูกไฟส่งประกายแวบวับ

ขณะที่ทุกคนเห็นภาพมหัศจรรย์กำลังตื่นตกใจอยู่นั้น

ร่างของแม่เฒ่าอายุประมาณ  80  ปีเศษ  ก็เกิดอาการเป็นลมล้มพับลงไป

แต่ยังไม่ทันที่ใครจะเข้าไปถึงตัวแก แม่เฒ่าก็กลับลุกพรวดพราดขึ้นนั่งท่าทางเหมือนคนที่ถูกผีเข้า

ตัวสั่นเทาหน้าบึ้งตึงดูน่ากลัวมาก

แววตาของแกเป็นประกายฉายแววของปีศาจร้ายออกมาอย่างเห็นได้ชัดเจนหลายคนที่สบสายตาแก

ถึงกับเย็นวาบไปตลอดสันหลังถึงมือตีนอ่อน

วิญญาณร้ายขอเจรจาต่อรองกับท่านอาจารย์ไสยศาสตร์ว่า

ถ้าอาจารย์เลิกพิธีจะเอาสมบัติในบึงมาให้แต่ท่านไม่ตกลงด้วย

ผีร้ายกล่าวคำอาฆาตและแสดงท่าทางดุร้ายก่อนที่จะออกจากร่างแม่เฒ่าไป

อาจารย์สวดสาธยามนต์ขลังเพื่อขับวิญญาณผีร้าย

เสียงสวดเยือกเย็นก้องกังวานและมีพลังอำนาจจิตกับอำนาจมนต์ดังไปทั่วบึง

กาละมัจจุ (หัวใจพญามัจจุราช)
  อะปานุติ (หัวใจน้ำ) 
เดชะละติ (หัวใจเพลิง)

กะขะชะนะ (หัวใจคงคาเดือด)

ฯลฯ

ท่านสวดภาวนาวนเวียนไปมาจนครบร้อยแปดจบ

ขณะสวดท่านก็รวบรวมพลังอำนาจจิตเพ่งเตโชกสิณ (ปล่อยพลังธาตุไฟ) ลงไปในในน้ำมนต์ในขัน

ศิษย์ผู้ใกล้ชิดสังเกตเห็นฟองอากาศเล็ก ๆ ผุดขึ้นที่กึ่งกลางน้ำมนต์แล้วกระจายตัวหายไป

อาจารย์สั่งศิษย์รักค่อยรินน้ำมนต์ในขันใหญ่ลงในบึงจนหมด

หลายคนแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง

ปลาใหญ่เกือบเท่าขากระโจนไปมาเหมือนกำลังแตกตื่นกลัวสุดขีด

บึงสงบชาวบ้านก็สงบและพบกับสันติสุข

ห้าปีต่อมาผู้ใหญ่บ้านเขียนจดหมายถึงท่านอาจารย์ไสยศาสตร์ผู้นั้นในจดหมายฉบับนั้นเล่าว่า

ก่อนที่ท่านอาจารย์จะไปช่วยทำพิธีปราบรากษสทุกปีจะต้องมีคนในหมู่บ้านหรือวัวควายตกน้ำตาย

ในบึงปีละคนไม่เคยเว้น

แต่เมื่ออาจารย์เข้าไปโปรดชาวบ้านแล้ว ห้าปี  ไม่เคยมีคนหรือสัตว์ตกน้ำตายในบึงอีกเลย

โถ.....ชาวบ้านคงพากันบ่นคิดถึงพวกรากษสกันมั๊ง…….

 

จบเรื่องเทียนระเบิดน้ำแล้วต่อไปผมจะเล่าเรื่องเทียนระเบิดดินบ้าง

อาจารย์ท่านเคยเล่าให้(คนอื่นที่ไม่เกี่ยวกับผมนะครับ)ว่ามีผู้นำวิชาเทียนระเบิดหรือที่เรียกกันว่า

เทียนระเบิดของทางพระธรณี

เพื่อเบิกทางเข้าถ้ำที่ปากทางพระเกจิอาจารย์ท่านทำอาถรรพณ์ปิดปากถ้ำไว้ด้วยอาถรรพณ์วิชา

สมัยกรุงแตก

เพื่อป้องกันมิให้ข้าศึกเข้าไปปล้นทรัพย์สมบัติที่เป็นศาสนสมบัติซึ่งมีทั้งพระพุทธรูปและตำราสารพัด

ผู้ที่เข้าไปขุดค้นหาจะพบแต่ไหที่บรรจุกระดูกผีทั้งนั้น

แต่เมื่อผู้มีวิชาเล่นของเล่นแร่แปรธาตุใช้น้ำมันต์ถอดถอนอาถรรพณ์พรมกระดูกผีจะกลายเป็นแท่งทองคำ

จริงเท็จอย่างไรท่านเองก็ยังไม่เคยพบเห็นมากับตาสักที

ถ้าท่านพบก็คงไม่ต้องมาเป็นอาจารย์ทางไสยศาสตร์ให้เมื่อยอย่างนั้นหรอก

ท่านคงไปเป็นเถ้าแก่ร้านทองไปนานแล้ว

เอาเป็นว่าเรื่องการจุดเทียนระเบิดปากถ้ำเพื่อเข้าไปขุดคุ้ยหาทองหาสมบัติผมไม่พูดถึงดีกว่า

(ผมมันแก่แล้วเข้าถ้ำบ่อย ๆ ไม่ดี เดี๋ยวเกิดเป็นลมตายคาถ้ำจะอายเขา เพราะในถ้ำมันอากาศไม่ค่อยดี)

ผมจะเล่าเรื่องการใช้เทียนมนต์ตรวจหาของอาถรรพณ์หรือวิญญาณร้ายที่เป็นอุบาทว์
ซึ่งฝั่งอยู่ใต้ดินในพื้นที่ของคุณ

หมอดูฮวงจุ้ยที่อวดว่า แน่ตรวจหาวัตถุอัปมงคลใต้ดินหรือเปล่า  ?
(คุยทับซะเลย)

เทียนมนต์เปิดธรณีเพียงเล่มเดียวตรวจดูได้สบายมากส์

ผมแอบลักจำเขามาเล่าให้คุณฟัง (ผมเปล่าสอนใครนะ)

อาจารย์ท่านทำแบบเดียวกับเทียนมนต์ระเบิดน้ำนั่นแหละครับแต่ต่างกันตอนที่ท่านสวดเท่านั้น

แต่ก่อนอื่นท่านให้ไปจุดธูปบอกกล่าวเจ้าที่ (ธูปดอกเดียว)ว่าขอเชิญท่านเข้าร่วมใน
พิธีตรวจพื้นที่

แล้วใช้มือหรือดอกไม้กำกวาดผงดินผงทรายจุดนั้นนิดจุดนี้หน่อยใส่รวมกันลงในถาดใหญ่ที่เตรียมไว้

เอาไปให้ท่าน

อาจารย์ขอน้ำสะอาดที่ใช้ดื่มกินได้ใส่ขันมาทำน้ำมนต์

ใช้เทียนเหลืองขนาดหนักหนึ่งบบาทเทียนใหม่
 จุดและหยดดอกเทียนลงในขันพร้อมกับสวดสาธายามนต์

ด้วยพระคาถาธรณีสาร

(ขออภัยครับผมขี้เกลียดพิมพ์พระคาถาเพราะยาวเป็นกิโลแค่สวดอย่างเดียวก็หืดขึ้นคอแล้ว

หนังสือราคาแค่  150.- บาท  จะเอาอะไรกันนักหนา)

เมื่อทำน้ำมนต์เสร็จท่านก็ให้เกลี่ยดินให้แผ่ออกไปทั่วถาดเรียบเสมอกันเป็นหน้ากลอง

พรมผงดินผงทรายด้วยน้ำมนต์ธรณีสาร ให้ทั่วผิวหน้าดินเพียงชื้นไม่ถึงกับเปียกโชก

จุดเทียนขี้ผึ้งแท้(ถ้าได้แท่งขนาดหัวแม่มือยิ่งดี) 
หยดดอกเทียนวนไปรอบ ๆ พื้นทรายพื้นดินในถาด

อย่างช้า ๆ ให้เทียนสูงประมาณหนึ่งคืบเศษ

ทำมุมกับถาดประมาณ  60  องศา

แต่เมื่อพลังอำนาจจิตของคุณเข้าไปควบคุมแท่งเทียนแล้ว
 เทียนจะทำมุมเปลี่ยนไปและวนไปเองทั่วๆ ถาด

คุณเพียงแต่จับเทียนไว้อย่าให้หลุดมือ 
อย่าฝืน  อย่าขัดขวางการเคลื่อนไหวของมือ 

ปล่อยให้เทียนเคลื่อนตัวไปเป็นอิสระ

เมื่อถึงจุดที่เป็นเป้าหมาย  เทียนจะปล่อยลูกไฟลงไป 
เพื่อบอกให้คุณรู้ว่ามีสิ่งแปลกปลอมอยู่ที่จุดนั้น

ทุกอย่างจะเป็นไปเองแบบอัตโนมัติ

เมื่อลูกไฟตกลงกระทบพื้นจะมีพลังต้านเป็นเปลวไฟพุ่งเข้าหาเทียนพร้อมกับเสียงพรึบพรับ

ค่อยหรือแรงตามพลังต้านของสิ่งนั้น

ในขณะที่คุณเริ่มหยดเทียน
ปากของคุณก็ต้องพร่ำภาวนาสวดพระคาถาหัวใจพระธรณีไปด้วยตลอดเวลา

ว่า  เมกะมุอุ

(เมกะมุอุ   เมกะมุอุ   เมกะมุอุ   เมกะมุอุ   ฯลฯ)

ลูกไฟพุ่งลงทางทิศใดให้จำไว้และไปทดลองขุดหาดูทางทิศนั้น
  จะพบสิ่งแปลกปลอมฝังอยู่ในลักษณะ

ที่แตกต่างกัน  มีตั้งแต่

ตอไม้ขนาดใหญ่ (โบราณท่านห้ามปลูกเรือนคล่อมตกเป็นอัปมงคลยิ่งนัก)

ไหบรรจุกระดูกผี (ถ้าพบอย่าเพิ่งเอาไปทิ้งหรือเอาไปไว้วัดเพราะอาจเป็นทองหรือทรัพย์สมบัติ

ที่เขาทำอาถรรพณ์บังตาไว้ หรือบางทีใส่ทองไว้แต่เอากระดูกผีปิดปากไหหลอกไว้

ถ้าพบกระดูกผีอาจารย์ไสยศาสตร์สามารถแก้อาถรรพณ์ที่บังตาไว้
 เอาน้ำมนต์ธรณีสารรดกลับกลาย
เป็นทองคำตามเดิม

บางครั้งขุดไม่พบสิ่งใดเพราะขุดตื้นไป  ไม่บอกกล่าวขอเขาก่อน  มิใช่ทรัพย์สมบัติของคุณ

ที่นั่นมีสิ่งแปลกปลอมที่มิใช่สิ่งของแต่เป็นวิญญาณที่ถูกสังหารในจุดนั้น 
ยังมิได้ไปผุดไปเกิด

ต้องทำพิธีสวดส่งวิญญาณให้เขาก่อน

ถ้าไม่ทำพิธีให้เขาจะไม่ยอมจะอยู่คอยรบกวนมิให้มีความสุขผลัดกันเจ็บผลัดกันตาย

จนกว่าจะหมดบ้าน

เมื่อตรวจดูด้วยเทียนมนต์รู้ว่า จุดใดมีวิญญาณร้ายสิงสู่อยู่ก็เปลี่ยนจากพิธีตรวจหาเป็นพิธีขับไล่

ใช้เทียนแทนเครื่องบินทิ้งระเบิดโจมตีจุดที่เทียนบอกเป้าหมายให้นั้น

โจมตีทิ้งระเบิดด้วยระเบิดเพลิง (ลูกไฟ)พร้อมกับใช้การเพ่งกสิณธาตุไฟ (เตโชกสิณ)

ภาวนา

เตโชกะสิณัง

(เตโชกะสิณัง  เตโชกะสิณัง  เตโชกะสิณัง  ฯลฯ)

พวกผีจะเผ่นหนีจนป่าช้าแทบแตกเพราะไม่อยากอยู่ให้ถูกเผาเป็นครั้งที่สอง

พวกคนขวางโลกทั้งหลาย

ไม่เชื่อ  อย่าลงหลู่

อย่าพิสูจน์อย่างโง่เขลา  อวดรู้เท่า  แต่ไม่รู้ทัน

พิธีกรอย่าให้ความสำคัญกับลูกไฟว่า เกิดขึ้นได้อย่างไร  ?

แต่ให้ใช้พลังอำนาจจิตสะกดให้เทียนมนต์ทำตามที่คุณสั่ง

แล้วปล่อยจิตให้ว่างปล่อยให้เทียนมนต์ปฏิบัติภารกิจไปโดยอิสระ

คุณเพียงจดจำตำแหน่งของเป้าหมายที่ลูกไฟชี้เป้าให้คุณเท่านั้นก็พอ

ถ้าไม่มีลูกไฟเลยแสดงว่าพื้นที่นั้นปลอดสิ่งแปลกปลอม

ศิษย์ที่ไม่มีอาจารย์ระวังต้องอาถรรพณ์วิชายิ่งกว่าตายทั้งเป็น
 

 

............................................................

 

 

 

 

 
Link
เพื่อนบ้านทั้งหมด
เพื่อนบ้านทั้งหมด

พรหมศาสตร์มหัสจรรย์

 
view