http://www.saksitsart.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 ศักดิ์สิทธิ์ศาสตร์  บทความ  รวมรูปผลงาน บล็อค  ติดต่อเรา
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   Cart รายการสั่งซื้อ (0) 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 06/07/2009
ปรับปรุง 06/01/2017
สถิติผู้เข้าชม3,076,128
Page Views4,906,053
« July 2020»
SMTWTFS
   1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
พรหมศาสตร์มหัศจรรย์ สายพระธรรม
ยมุนาพยากรณ์
ศูนย์รวมสินค้าและบริการทีมงานพรหมศาสตร์
โหราศาสตร์สถาน " โหราตัวแม่ "
โฆษณาประชาสัมพันธ์
สมุดบันทึกการทำงาน
ลงเสน่ห์ที่เครื่องสำอางค์ที่คุณก็ทำได้ง่ายนิดเดียว
นิทานอีสป นิยายเปรียบเทียบสะท้อนสังคมยุคปัจุบัน
ถามหมอชีวกโกมารภัจ์ มหาพรหมนุษยักษ์ อาจารย์ศักดิ์สิทธิ์
ร้านค้าพรหมศาสตร์มหัศจรรย์
พระคาถายันต์สุดยอดมหาเสน่ห์แบบง่ายแต่ได้ผลเกินคาด
สอนวิชาเขียนยันต์ลบผงทำสาลิกาป้อนเหยื่อให้หญิงรักชายหลง
เคล็ดลับสรรพวิชาที่คุณสามารถนำไปทำเองได้
ตำนานพระฤษี
ห้องรับแขกแผนกประชาสัมพันธ์
ประกาศ
พบแพทย์ชีวกโกมารภัจ
คุยกับพ่อ(พระเทพบิดร)
แพทย์สี่แผน
เปิดบันทึกอดีตกรรมฉบับนรกภูมิ
ท่องแดนนรกภูมิ
ยินดีต้อนรับคุณเข้าสู่โลกในมิติที่สี่ดินแดนแห่งความลี้ลับมหัศจรรย์
ฮวงจุ้ยเทวศาสตร์
คุยกับอาจารย์
ติดต่อเรา
ชมรมคนเกลียดเมีย
ชมรมคนเกลียดผัว
ห้องสมุด
นิทานล้างสมอง
ไสยศาสตร์ มนต์ขาว มนต์ดำ
ห้องโหราศาสร์
ห้องอาถรรพณ์ศาสตร์
ห้องพลังจิตวิญญาณ
ห้องวิญญาณศาสตร์
ห้องเทวศาสตร์
พรหมศาสตร์มหัศจรรย์
 

ตำนานพระแม่กาลีในมุมมองของพรหมศาสตร์มหัศจรรย์


ตำนานพระแม่กาลีในมุมมองของพรหมศาสตร์มหัศจรรย์

 

เมื่อพระศิวะมหาเทพทรงทราบว่า
พระแม่สัตรี(พระแม่คายตรีปางก่อนที่จะมาจุติเป็นพระแม่ศรีมหาอุมาเทวี)ทรงเผาตัวตาย

เพื่อประท้วงท้าวทักษะผู้เป็นพ่อที่กล่าววาจาลบหลู่พระศิวะมหาเทพพระสวามี

ต่อหน้าเทพเทวีและฤษีในงานพิธี

พระศิวะมหาเทพทรงพระพิโรธสุดขีดกระชากมวยผมฟาดลงกับพื้นเขาพระสุเมรุ
มวยผมขาดออกเป็นสองท่อน

ท่อนโคนกลายเป็นจอมอสูรมหาวีระภัทร์
(ผู้ตัดและถือเศียรท้าวมหาพรหมธาดาด้วยมือตนเอง)

ท่อนปลายกลายเป็นพระแม่กาลีพระแม่ผู้มีรูปร่างน่าเกรงกลัวผิวดำ

(จากตำนานพรหมศาสตร์นี้จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า
พระแม่กาลีมิใช่องค์เดียวกับพระแม่ศรีมหาอุมาเทวี

ดังที่คนทั้งหลายเข้าใจกันมานานแสนนาน

เหตุที่เกิดการเข้าใจผิดกันขึ้นเพราะ
พระแม่ศรีมหาอุมาเทวีทรงมีปางที่ดุร้ายมีพฤติกรรมเสมือนเจ้าแม่กาลี

สิ่งที่สังเกตได้ถึงความแตกต่างระหว่างปางดุร้ายของมหาเทวีทั้งเก้า
กับพระแม่กาลีคือ

พระแม่กาลีเพียงพระองค์เดียวเท่านั้นที่ช่างวาดหรือช่างปั้นสร้างให้แลบลิ้น

ส่วนพระแม่อัมพิกาช่างจะวาดหรือปั้นให้มีเลือดอสูรติดเต็มปาก

เพราะทรงให้พลังดึงดูดอสูรที่ฆ่าด้วยอาวุธไม่ตายกิน)

มหาเทพมหาเทวีทั้งสองถูกสร้างขึ้น
จากความโกรธเกลียดและอาฆาตของพระศิวะมหาเทพ

ทรงมีบัญชาให้ทั้งสองไปทำลายล้างพิธีของท้าวทักษะ
และจัดการสังหารท้าวทักษะแก้แค้นให้พระแม่สัตรี

ฯลฯ

เป็นเรื่องน่าสมเพชที่พวกเจ้าตำหนักหรือสำนักทรงที่รู้ไม่จริง

พอประทับทรงเจ้าแม่กาลีเรียกร้องอยากจะกินเลือดแสดงท่าทางดุร้ายเกรี้ยวกราด

แสดงเอกลักษณ์ด้วยการแลบลิ้นตลอดเวลา

ตามความเป็นจริงแล้ว
พระแม่กาลีท่านมิได้ปรารถนาที่จะเสวยเลือด

ไม่ว่าจะเป็นเลือดอสูรเลือดคนหรือเลือดสัตว์

แต่ที่ท่านเสวยเลือด(เพียงแค่ครั้งเดียว)ก็เพราะความจำเป็นสถานการณ์บังคับ
ให้ต้องจำใจเสวย

เพื่อแก้สถานการณ์ที่เจ้าแม่จากสวรรค์ทั้งเก้าละเลยหน้าที่ๆได้รับมอบหมาย

อสูรได้รับพระจากพระพรหมว่า

โลหิตอสูรแต่ละหยดตกกระทบพื้นโลกเมื่อใด
จะบังเกิดเป็นอสูรตนใหม่เพิ่มขึ้นหยดละหนึ่งตน

แต่ละตนจะมีฤทธิ์เหมือนจอมอสูร

เมื่อเจ้าแม่สวรรค์ทั้งเก้ามัวแต่หลงมัวเมาในโลกจนลืมและละเลยหน้าที่

พระแม่กาลีจึงต้องเสด็จลงมาแก้สถานการณ์ในโลกด้วยพระองค์เอง

ทรงแลบลิ้นออกมาพร้อมแสดงปาฏิหาริย์อันยิ่งใหญ่

บันดาลให้ลิ้นที่พระองค์ทรงแลบออกมานั้น
แผ่ขยายดุจพรมกำมะหยี่สีแดงสดปกคลุมพื้นโลกไว้

กันมิให้โลหิตจอมอสูรกระทบสัมผัสกับผิวโลกได้

ด้วยพระคุณอันยิ่งใหญ่ที่พระแม่กาลีมีทีต่อสามโลก

ช่างวาดและช่างปั้นจึงมักแสดงเอกลักษณ์ส่วนพระองค์
ด้วยการสร้างตอนที่พระองค์ทรงแลบลิ้น

พระองค์ทรงเสวยโลหิตจอมอสูรเพียงครั้งเดียว
เป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายของพระองค์

ผมเคยพบเห็นประสบการณ์ที่ขำขันในเรื่องการประทับทรงพระแม่กาลี

ผมไปพักที่บ้านของผู้ใหญ่บ้านที่ต่างจังหวัดกับหลวงปู่

หญิงสาวในหมู่บ้านที่ไปศึกษาในสถาบันมีชื่อในกรุงเทพกลับไปเยี่ยมบ้านเยี่ยมพ่อแม่

เกิดอาการประหลาดประสาทหลอนอ้างว่าเจ้าแม่กาลีมาเข้าประทับทรง

แสดงท่าทางดุร้ายเรียกหาเลือดสดๆถ้าไม่ได้เลือดคนเอาเลือดสัตว์มาให้กินก็ได้

ชาวบ้านต่างเกรงกลัวคิดว่าถ้าหาเลือดให้กินไม่ได้ท่านอาจโกรธจะกินเลือดคนขึ้นมา

จับไก่(ตัวที่ถูกพระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรกดวงกำลังซวย)มาเชือด

เอากะละมังอลูมีเนียมรองเลือดเอาไปให้พระแม่กาลีดื่มกิน

พระแม่กาลีจอมปลอมแสดงบทบาทสารพัดเพี้ยนจนผู้ใหญ่บ้านทนดูไม่ไหว

ลุกขึ้นปรี่เข้าหาร่างทรงพระแม่กาลี

คว้ากาละมังเลือดสาดใส่หน้าร่างทรง

ใช้มือจิกผมทั้งฟาดกระบานและตบหน้าร่างทรงด้วยกาละมังไปหลายฉาด

เล่นเอาร่างทรงหงายหลังตึงพระแม่กาลีเสด็จลี้ภัยกาละมังออกจากร่างไปทันที

ผู้ใหญ่บ้านชี้หน้าส่งภาษาลาวด่าลั่นหมู่บ้าน

...มึงมันพระแม่กาลีที่ไหน....มึงมันอีผีปอบ
ผีห่า...มาหลอกกินลาบเลือดบ้านกูต่างหาก...

พระแม่กาลีกลัวผู้ใหญ่บ้านตบด้วยกาละมัง

ตั้งแต่โดนตบโดนโขกฟาดด้วยกาละมังร่างทรงพระแม่กาลีไม่ยอมพูดยอมจากับใครเลย

รุ่งเช้าพระแม่กาลีหอบข้าวของเก็บใส่กระเป๋าแอบหนีกลับกรุงเทพแต่เช้ามืด

นี่คงเป็นวิธีพิสูจน์ว่าใครประทับทรงพระแม่กาลีจริงหรือไม่ ?

แต่ถ้าคุณใช้กาละมังพิสูจน์แล้วพระแม่กาลีไม่กลัวไม่หนีคุณก็ต้องเป็นฝ่ายหนีเสียเอง

ให้สันนิษฐานเบื้องต้นว่า ๕๐-๕๐

(วิ่งไปสันนิษฐานไปนะครับ)

ผู้ที่เป็นเอดส์เท่านั้นที่สามารถใช้วิธีพิสูจน์แบบนี้ได้โดยปลอดภัย

เพราะไม่มีใครกล้ากินเลือดคุณแน่

อีกครั้งหนึ่งมีผู้อ้างว่าพระแม่กาลีเข้าประทับทรง

มีคนเอาเลือดแมวมาให้กินกลับไม่ยอมกินทำท่าจะอาเจียนร้องข่มขู่จะกินเลือดคน

เจอคนจริงเรียกหามีดจะเชือดร่างทรงเอาเลือดร่างทรงให้พระแม่กาลีกิน

พระแม่กาลีรีบเสด็จออกจากร่างทรงทันที

ขืนถอนองค์ช้าคงประทับทรงได้แค่ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายก่อนปิดสำนักแบบถาวรแน่

ตามตำนานพรหมศาสตร์ไม่ปรากฏว่าพระแม่กาลีแบ่งภาคไปจุติที่ใดอีก

พระแม่กาลีมีผู้กล่าวขานถึงพระนามของพระองค์แตกต่างกันไป
ตามดินแดนและพฤติกรรมของพระองค์

(มหาเทพและมหาเทวีแต่ละพระองค์ทรงมีฉายามากมายไม่มีที่สิ้นสุด)

ลักษณะโดยทั่วไป พระแม่กาลีมีผิวกายดำสนิท
ท่านสามารถเนรมิตกายได้ในรูปแบบต่างๆ

บางครั้งมียี่สิบมือยี่สิบเท้า บางครั้งหกมือหกเท้า ฯลฯ
แต่ที่แน่ๆคือ
ท่านมิได้แลบลิ้นตลอดเวลา

 

 

 

 

 

 

 

 
Link
เพื่อนบ้านทั้งหมด
เพื่อนบ้านทั้งหมด

พรหมศาสตร์มหัสจรรย์

 
view