http://www.saksitsart.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 ศักดิ์สิทธิ์ศาสตร์  บทความ  รวมรูปผลงาน บล็อค  ติดต่อเรา
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   Cart รายการสั่งซื้อ (0) 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 06/07/2009
ปรับปรุง 06/01/2017
สถิติผู้เข้าชม3,076,091
Page Views4,905,985
« July 2020»
SMTWTFS
   1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
พรหมศาสตร์มหัศจรรย์ สายพระธรรม
ยมุนาพยากรณ์
ศูนย์รวมสินค้าและบริการทีมงานพรหมศาสตร์
โหราศาสตร์สถาน " โหราตัวแม่ "
โฆษณาประชาสัมพันธ์
สมุดบันทึกการทำงาน
ลงเสน่ห์ที่เครื่องสำอางค์ที่คุณก็ทำได้ง่ายนิดเดียว
นิทานอีสป นิยายเปรียบเทียบสะท้อนสังคมยุคปัจุบัน
ถามหมอชีวกโกมารภัจ์ มหาพรหมนุษยักษ์ อาจารย์ศักดิ์สิทธิ์
ร้านค้าพรหมศาสตร์มหัศจรรย์
พระคาถายันต์สุดยอดมหาเสน่ห์แบบง่ายแต่ได้ผลเกินคาด
สอนวิชาเขียนยันต์ลบผงทำสาลิกาป้อนเหยื่อให้หญิงรักชายหลง
เคล็ดลับสรรพวิชาที่คุณสามารถนำไปทำเองได้
ตำนานพระฤษี
ห้องรับแขกแผนกประชาสัมพันธ์
ประกาศ
พบแพทย์ชีวกโกมารภัจ
คุยกับพ่อ(พระเทพบิดร)
แพทย์สี่แผน
เปิดบันทึกอดีตกรรมฉบับนรกภูมิ
ท่องแดนนรกภูมิ
ยินดีต้อนรับคุณเข้าสู่โลกในมิติที่สี่ดินแดนแห่งความลี้ลับมหัศจรรย์
ฮวงจุ้ยเทวศาสตร์
คุยกับอาจารย์
ติดต่อเรา
ชมรมคนเกลียดเมีย
ชมรมคนเกลียดผัว
ห้องสมุด
นิทานล้างสมอง
ไสยศาสตร์ มนต์ขาว มนต์ดำ
ห้องโหราศาสร์
ห้องอาถรรพณ์ศาสตร์
ห้องพลังจิตวิญญาณ
ห้องวิญญาณศาสตร์
ห้องเทวศาสตร์
พรหมศาสตร์มหัศจรรย์
 

ตำนานที่มาของพระภูมิเทวา


พระภูมิเทวา

ตำนานที่มาของพระภูมิเทวา

 

จากปากคำบอกเล่าที่สืบต่อกันมา  ตั้งแต่ครั้งยุคสมัยโบราณกาลนานมาแล้ว
  โบราณ-จารย์ทางพรหมศาสตร์ได้เล่าสืบต่อกันมาว่า

 ในยุคสมัยหนึ่ง 

ท้าวทศราช  บางท่านเรียกท่านว่า  ท้าวกายทัตต์  หรือ  ท้าวโศกราช 

พระองค์ทรงมีพระมเหสี

พระนามว่า  พระนางสันทาทุกข์ 

บางท่านเรียกพระนางว่า  พระนางมันทาทุ-กาธิบดี

 ครองกรุงพลีอันยิ่งใหญ่

  มีพระโอรสที่มีฤทธานุภาพมากมายถึงเก้าพระองค์

(ซึ่งต่อมาพระโอรสทั้งเก้าพระองค์ได้เป็นผู้ทำหน้าที่เป็นพระภูมิเทวา) 

พระองค์ได้ทรงทำศึกกับสามโลกคือ 
นรกภูมิ  มนุษย์โลก  เทวโลกหรือสวรรค์  ได้รับชัยชนะ 
ได้ยึดครองเขตชายแดนตรีโลก (โลกทั้งสาม) ไว้ในอุ้งพระหัตถ์ของพระองค์

พระนารายณ์ทรงเห็นว่าท้าวทศราชนี้มีพระมหาอิทธิฤทธิ์อันยิ่งใหญ่ยิ่งนัก

  เมื่อพระองค์ได้ปกครองที่ใด  ก็จะไม่มีมนุษย์  ภูตผีปีศาจ  ยักษ์หรือเทพยดา

ที่มีนิสัยเป็นอันธพาลเกเรองค์ใดกล้าล่วงล้ำเข้าไปในเขตปกครองของพระองค์ 
ถ้าท้าวทศราชทรงดำรงตนอยู่ในศีลธรรมแล้ว

 มนุษย์ทั้งหลายที่อยู่ในเขตปกครองของพระองค์

ก็จะได้อาศัยพระบารมีของพระองค์คุ้มครองให้อยู่เย็นเป็นสุข

รอดพ้นจากภัยอันตรายทั้งปวงและจะมีความสุขความเจริญรุ่งเรือง

  พระนารายณ์จึงทรงคิดหาอุบายปราบท้าวทศราชด้วยธรรมยุทธของพระองค์ 
จึงทรงแปลงร่างเป็นพราหมณ์น้อยวามจรมีรูปร่างหน้าตาน่ารัก

 เข้าไปทูลขอที่ดินเพียงสามย่างก้าว

 เพื่อใช้เป็นที่ทำความเพียรบำเพ็ญตบะสร้างสมพระบารมี 

ท้าวทศราชไม่ทรงทราบในกลอุบายของพระนารายณ์แปลงมา

  เมื่อเห็นเป็นพราหมณ์น้อยน่ารักก็ทรงมีพระเมตตาประทานพื้นที่ให้ตามที่ขอ

พระศุกร์ซึ่งเป็นพระอาจารย์ท้าวทศราชรู้เท่าทัน

ว่าเป็นพระนารายณ์ทรงแปลงกายมา  แต่ไม่กล้าเข้าไปทักท้วงหรือขัดขวาง

เพราะเกรงฤทธิ์พระนารายณ์

 จึงย่อร่างของตนให้เล็กลง  แอบเข้าไปอุดช่องทาง

มิให้ท้าวทศราชหลั่งน้ำออกจากพระเต้า

 พราหมณ์น้อยเห็นพระศุกร์ด้วยทิพยเนตรจึงเสกหญ้าคาแทงเข้าไป

ถูกดวงตาของพระศุกร์บอได้รับความเจ็บปวดเป็นสาหัส 

ไม่อาจทนอยู่ได้  ต้องรีบเผ่นหนีออกไป

ทันทีที่น้ำจากพระเต้าหล่นกระทบพื้นอันเป็นการแสดงการสำเร็จในทานบารมี

ที่ท้าวทศราชประทานให้แก่พราหมณ์น้อย 

พราหมณ์น้อยวามจรก็แสดงอิทธิปาฏิหาริย์อันยิ่งใหญ่

 ขยายร่างใหญ่เท่าจักรวาล

ก้าวแรกทรงก้าวข้ามอเวจีมหานรก

ก้าวที่สองทรงก้าวข้ามมนุษย์โลก

ก้าวที่สามทรงก้าวข้ามเทวโลก (สวรรค์)

ท้าวทศราชทรงเสียรู้แก่พระนารายณ์จึงต้องออกไปอยู่เมืองใต้บาดาล

ได้รับความยากลำบากยิ่งนัก

พระองค์จึงทรงคิดหาอุบายแก้เผ็ดพระนารายณ์

ด้วยวิธีการ  หนามยอกเอาหนามบ่ง

ทูลขอที่ดินคืนจากพระนารายณ์

ขอเพียงแค่วางเท้าได้เพียงข้างเดียวเท่านั้น

พระนารายณ์ทรงทราบและรู้เท่าทันกลอุบายของท้าวทศราช

ด้วยอำนาจแห่งเจโตญาณของพระองค์

ว่า  ท้าวทศราชคิดจะขยายเท้าของตนให้ใหญ่

จนสามารถเหยียบลงบนโลกทั้งสามไว้                   

ภายใต้อุ้งพระบาทของพระองค์ได้

แต่ก็ทรงอนุญาตให้ตามที่ทูลขอ

ท้าวทศราชดีพระทัยมาก

คิดว่าพระนารายณ์รู้ไม่เท่าทันความคิดของพระองค์

แต่  พระนารายณ์ทรงสะกดมิให้ท้าวทศราชแสดงฤทธิ์

ขยายพระบาทของพระองค์ให้ใหญ่เหมือนพระองค์ได้ 

ท้าวทศราชจึงได้สิทธิ์ในแผ่นดินเพียงแค่ที่ดิน

แค่เพียงวางเท้าได้เพียงข้างเดียวเท่านั้น

( ศาลพระภูมิจึงต้องปักเสาเพียงต้นเดียวเพราะมีพื้นที่จำกัดน้อยมาก)

นอกจากนั้น

  พระนารายณ์  ยังทรงตรัสสั่งให้ท้าวทศราชและพระโอรสทั้งเก้าของพระองค์                    
     
รับหน้าที่เป็นพระภูมิเทวา

คอยทำหน้าที่ให้ความคุ้มครองดูแลปกป้องภัยอันตราย

ให้แก่มวลมนุษย์ทั้งหลายด้วย

โดยเฉพาะอย่างยิ่งภัยที่เกิดจากเหล่าบรรดาอมนุษย์  ภูตผีปีศาจ  ยักษ์อสุรกาย                                      มิให้ล่วงล้ำเข้ามาในเขตที่อยู่อาศัย

ป้องกันคุณไสย์ที่เกิดจากคุณผี (ผีทำ)  คุณคน (คนทำ)

 

ท้าวทศราชจึงทรงมอบหมายแบ่งหน้าที่ให้พระราชโอรสทั้งเก้าของพระองค์
รับผิดชอบพื้นที่ต่างกัน

(1)  พระชัยมงคล                         รักษา  เคหะสถานบ้านเรือน  สถานที่พักอาศัย  ร้านค้า  สถานประกอบการค้า  พระภูมิองค์นี้เป็นพระภูมิเทวดาที่อยู่ใกล้ตัวเรามากที่สุดและคนรู้จักกันมากที่สุด

(2)  พระนครราช                          รักษา  ประตูป้อมค่าย  บันได  หอรบ  ป้อมปราการ  พระภูมิองค์นี้เหมาะสำหรับ  ค่ายทหาร  กรมกอง  ทุกเหล่าทัพ

(3)  พระเทเพน                             รักษา  คอกปศุสัตว์  เหมาะสำหรับสถานที่ทำการเกษตรกรรมเลี้ยงสัตว์

(4)  พระชัยศพณ์                          รักษา  ยุ้งฉาง  สถานที่เก็บพืชผลทางการเกษตร  เสบียงหรือคลังอาหาร

(5)  พระคนธรรพ์                         รักษา  เรือนหอบ่าวสาว  โรงประกอบพิธีกรรมต่างๆ  สถานบันเทิงเริงรมย์  โรงแรมหรือสถานที่พักของคนเดินทาง

(6)  พระธรรมราชา                      รักษา  เรือกสวน  ไร่นา  ทุ่งหญ้า  ลานกว้าง  เจ้าป่าเจ้าเขา

(7)  พระเทวเถร                            รักษา  วัดวาอาราม  ปูชนียะสถาน   โบสถ์วิหาร  สถานที่สำคัญทางศาสนา  พระภูมิองค์นี้ชอบที่จะแสดงมายาแปลงกายเป็นภูตผีปีศาจหลอกหลอนทำร้ายผู้ที่จะเข้าไปลักลอบขุดค้นสมบัติ  ทำให้ผู้ที่บุกรุก  หรือ  เข้าทำการโจรกรรมตามวัดร้างต้องมีอันเป็นไปหรือถึงกับเสียสติเป็นบ้าใบ้หรือตายไปมากแล้ว

(8)  พระธรรมิกราช                     รักษา  ต้นไม้  อาจารย์หลายท่านกล่าวตรงกันว่าพระธรรมิกราชคือเทพารักษ์ที่ชอบสิงสถิตอยู่ตามต้นไม้ใหญ่หรือในต้นว่าน  ยาสมุนไพร  ต้นโพธิ์ต้นไทร (ต้นโพธิ์กับต้นตะเคียนส่วนใหญ่มีผีประจำอยู่แล้วไม่ใช่พระภูมิเทวา)  แต่ท่านพ่อพระบรมคุรุแพทย์ชีวกโกมารภัจท่านกล่าวไว้ว่า

อำนาจแห่งองค์พระภูมิพระธรรมิกราชนั้นมีอยู่ในว่านยาและพืชสมุนไพรทั้งหลาย

ทำให้มีความขลังมีความศักดิ์สิทธิ์

จึงมีฤทธิ์และมีสรรพคุณที่สามารถนำมาปรุงเป็นยารักษาโรคร้ายต่างๆ ให้หายได้

ท่านจึงสั่งว่า

เมื่อจะนำว่านยาหรือสมุนไพรมาใช้ในการรักษาโรคร้ายต่างๆ ที่เป็นอยู่

ควรบอกกล่าวขอบารมีท่านมาช่วยรักษาโรคภัยไข้เจ็บให้แก่ผู้ป่วยด้วยทุกครั้ง

 

(9)  พระทาษราชา    รักษา  น้ำในมหาสมุทร  แม่น้ำ  ลำคลอง  ลำธาร  ห้วยหนองคลองบึง  ทะเลสาบ  แหล่งน้ำ  บ่อน้ำ  ฯลฯ


บทสรุป

 

ตามตำนานที่ท่านโบราณจารย์ได้เล่าและรับฟังสืบต่อกันมา

ในทางพรหมศาสตร์ทำให้สามารถได้ข้อมูลที่เกี่ยวกับศาลพระภูมิดังนี้

(1)  พระราชโอรสของท้าวทศราชทั้งเก้าพระองค์เรียกรวมกันว่าพระภูมิเหมือนกันหมด
ทุกพระองค์

(2)  พระภูมิแต่ละองค์มีหน้าที่และความรับผิดชอบในการดูแลพื้นที่ต่างกันออกไป
  ในแต่ละสถานที่จะต้องมีพระภูมิต่างกัน  ถ้าตั้งและอัญเชิญพระภูมิผิด
  ไม่ตรงกับพื้นที่ที่ท่านรับผิดชอบอยู่  จะไม่ได้รับการตอบสนองแต่อย่างใด

(3)  พื้นที่บ้านใดที่เป็นเขตปกครองของพระภูมิเทวา (มีศาลพระภูมิ) 
จะมีความปลอดภัยจากอันตรายอันเกิดจากเหล่าภูตผีปีศาจยักษ์อสูรกาย 
รวมทั้งการกระทำทางคุณไสย์  คุณผี (ผีทำ)  คุณคน (คนทำ) 
ลมเพลมพัด  หรือ  แม้แต่เทวดาเกเรที่ไม่อยู่ในศีลในธรรม  มนุษย์ที่มีจิตใจต่ำทราม  ฯลฯ

(4)  พื้นที่สำหรับตั้งศาลพระภูมิเทวา  มีเพียงแค่การวางเท้ายืนด้วยเท้าเพียงข้างเดียว 
จึงไม่สามารถตั้งศาลสี่เสาได้  เนื่องจากพื้นที่ของท่านไม่พอ 
จึงต้องตั้งเสาเพียงต้นเดียว ปักลงบนพื้นธรณีแล้วจึงสร้างศาลไว้บนเสานั้น

(5)  พระภูมิแต่ละองค์จะต้องมีบริวารที่เป็นชายคอยรับใช้ประจำอยู่สามตน 
คือ  นายจันทิศ  นายจันถี  จ่าสพพระเชิงเรือน 
ในการตั้งศาลพระภูมิทุกแห่งจึงต้องมีรูปสมมติของบริวารชายทั้งสามนี้อยู่ด้วยเสมอ  โบราณจารย์ท่านว่า 
หากศาลพระภูมิแห่งใด  ไม่ถวายบริวารรับใช้ชายทั้งสามนี้ด้วย  ท่านก็จะมาเลือกเอาคนที่อยู่ในสถานที่เหล่านั้นสามคนไปรับใช้ท่านแทน 
จะจริงเท็จประการใด  ผมก็ไม่เคยลองเสียด้วย  ผู้ใดอยากลอง.....เชิญตามสบาย.....

(6)  พระภูมิเทวาสามารถให้ได้ทั้งคุณและโทษ  ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผู้ที่อยู่อาศัยพิธีการ  พิธีกร 
ในการตั้งศาลพระภูมิเทวา  ถ้าทำถูกทำดีท่านก็ให้คุณ  ถ้าทำผิดทำเสียท่านก็ให้โทษได้

(7)  พระภูมิเทวาสามารถที่จะช่วยให้ผ่อนคลายความทุกข์ของท่านจากหนักให้เป็นเบา 
จากเบาให้หายหมดไปได้ในบางกรณีเท่านั้น 
แต่ทั้งนี้จะต้องขึ้นอยู่กับอดีตกรรมของแต่ละคนด้วย

 

 

การจุดธูปบูชาองค์พระภูมิเทวา (ทุกพระองค์)

 

เรื่องการจุดธูปเพื่อบูชาองค์พระภูมิเทวาทั้งเก้าพระองค์นั้น

ยากที่จะหากฎหรือหาข้อสรุปที่แน่นอนลงตัวได้

บางท่านก็ใช้จุดธูปเพียงหนึ่งดอก

เพราะท่านอ้างว่าพระภูมิเทวาที่อยู่ในศาลนั้นมีเพียงองค์เดียว

บางท่านก็ใช้สามดอกเพราะความเคยชินกับการจุดธูปไหว้พระ

แต่เท่าที่เห็นส่วนมากใช้กันห้าดอก (ไม่ทราบเหตุผลที่มาแน่นอน)

แต่สำหรับผมเท่าที่เรียนมาท่านอาจารย์ให้ใช้สิบ (10) ดอก

เจตนาที่จะบูชาพระภูมิทั้งเก้าพระองค์และบูชาท้าวทศราชด้วย

จึงรวมกันเป็นสิบองค์

การจุดธูปบูชาตามหลัก  พรหมศาสตร์

 

ที่ผมใช้ทุกวันนี้  ผมจะ  จุดธูปบูชาตามกำลังพระเคราะห์ (เทพนพเคราะห์)

ไม่ว่าจะจุดบูชาท่านผู้ใดก็ตาม (ยกเว้นพระพุทธเจ้า)

ผมจะอธิษฐานเป็นการถือเคล็ดก่อนว่า

วันนี้เป็นวันดี (จะดีจริงหรือไม่ก็แล้วแต่)  ข้าพเจ้าจะได้ทำการบูชา (?)

 เพื่อทำการ (?)

ขอพระบารมีแห่งเทพนพเคราะห์องค์พระ (พระประจำวันนั้น)

จงมาเป็นที่พึ่ง

ขออำนาจแห่งความเมตตาของพระองค์จงคุ้มครองป้องกันภัยอันตรายให้แก่ข้าพเจ้าด้วย

ขอให้ข้าพเจ้ามีความสุขและมีความสำเร็จในกิจการทั้งหลาย

ที่ข้าพเจ้าได้กระทำในวันของพระองค์เถิด

 

เมื่อกล่าวคำอธิษฐานเสร็จแล้วจึงกล่าวคำบูชา

สิ่งที่ต้องการบูชาต่อไป

 

การจุดธูปบูชาตามกำลังวันของเทพนพเคราะห์

(จุดธูปบูชาตามกำลังวัน)

 

(1)  วันอาทิตย์                                       จุดธูป    6  ดอก

(2)  วันจันทร์                                         จุดธูป  15  ดอก

(3)  วันอังคาร                                        จุดธูป    8  ดอก

(4)  วันพุธ                                              จุดธูป  17  ดอก

(7)  วันเสาร์                                            จุดธูป  10  ดอก

(8)  วันพุธกลางคืน                         จุดธูป  12  ดอก
(ผู้ที่เกิดวันพุธกลางคืนถือว่าเกิดใน

ยามราหู)

(5)  วันพฤหัสบดี                                   จุดธูป  19  ดอก

(6)  วันศุกร์                                             จุดธูป  21  ดอก

 

ผู้ที่ทำเช่นนี้โดยสม่ำเสมอแล้ว

 ไม่จำเป็นที่จะต้อง  ทำพิธีรับ / ส่งพระเคราะห์เสวยหรือแทรกอายุ

หรือสะเดาะพระเคราะห์แต่ประการใด

บารมีของเทพนพเคราะห์ทั้งเก้าองค์จะคุ้มครองผู้นั้น

ให้รอดพ้นจากภัยอันตรายทั้งปวง

โดยจะเป็นการเสริมบารมีทวีโชคลาภให้แก่ผู้นั้นตลอดไป

ทั้งนี้ไม่จำเป็นที่จะต้องจุดธูปบูชาเทพนพเคราะห์ทุกวัน

 

พระคาถาของหลวงพ่อ  โอภาสี  สำหรับสวดมนต์บูชาและขอขมาพระภูมิเทวา

 

             “อิติ  สุขะโต  อะระหัง  พุทโธ  นะโมพุทธายะ  ปฐวี  คงคา  พระภูมะเทวา    
                                                            
ขะมามิหัง  สาธุ  สาธุ  สาธุ

 

พระคาถาบทนี้

 นอกจากจะเป็นการบอกกล่าว  เพื่อขออนุญาตเข้าพักอาศัยในสถานที่ต่างๆ แล้ว 
ยังเป็นการขอบารมี  ให้พระภูมิเจ้าที่ปกป้องคุ้มครองภัยอันตรายให้ตนด้วย

ทั้งยังเป็นการขอขมาหากเผลอตัวล่วงเกินท่านไป

โดยมิได้เจตนาหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์

                         ผู้ที่สวดมนต์บูชาพระภูมิเทวาด้วยพระคาถาบทนี้                                                              
               
แม้แต่จะเข้าไปนอนในป่าช้าผีดุหรือเข้าไปพักอาศัยอยู่ในป่าเขาหรือในถ้ำเปลี่ยว

เหล่าฝูงภูตผีปีศาจที่ดุร้ายสักปานใดก็จะไม่กล้ามารบกวนเลย

 

ศาลเจ้าที่

 

พระภูมิเจ้าที่  หรือ  พระภูมิและเจ้าที่กันแน่ ?

เป็นเรื่องที่เข้าใจผิดกันมานานแสนนานแล้ว  ที่คนส่วนมากมักเรียกรวมกันว่า  พระภูมิเจ้าที่

ซึ่งคนส่วนใหญ่เข้าใจผิดคิดว่าเป็นอย่างเดียวกัน

ตามความเป็นจริงแล้วเป็นคนละอย่าง  คนละเรื่องกันเลย

พระภูมิ  หมายถึง  พระภูมิเทวาทั้งเก้าพระองค์เท่านั้น

           ส่วนเจ้าที่นั้น  มักเป็นผีซึ่งตายอยู่ในบริเวณนั้น  หรือ                                                                        วิญญาณที่เคยพักอาศัยและมีความผูกพันกับที่อยู่ของตน

เจ้าที่นั้นบางครั้งก็เป็นวิญญาณของญาติพี่น้อง

ที่วิญญาณยังมีความผูกพันห่วงใยในลูกเมียของตน

จึงคอยเฝ้าวนเวียนอยู่ใกล้ๆ

จึงมีผู้สร้างศาลเจ้าที่ให้ท่านอยู่ต่างหาก

ข้อแตกต่างระหว่างศาลพระภูมิเทวากับศาลเจ้าที่หรือศาลผี

ศาลพระภูมิเทวาจะเป็นศาลที่มีเสาเดียว 

ส่วนศาลเจ้าที่หรือศาลผีมีสี่เสาหรือมากกว่านั้นก็ได้

วิญญาณที่ให้โทษส่วนใหญ่มักจะเป็นเจ้าที่มากกว่าพระภูมิ

บางสถานที่มีวิญญาณที่มิใช่ญาติพี่น้องผู้อาศัยอยู่มาก่อนแล้ว

วิญญาณย่อมมีทั้งดีและชั่วเหมือนมนุษย์

วิญญาณที่ดีจะให้คุณ  วิญญาณที่ชั่วจะให้โทษหรือคอยรบกวนกลั่นแกล้งอยู่เสมอ

ไม่สมควรตั้งศาลเจ้าที่หรือศาลผีโดยไม่ตั้งศาลพระภูมิเทวาไว้คอยควบคุม

โดยเด็ดขาด

เพราะเจ้าที่อาจเป็นผีอันธพาลจึงต้องมีพระภูมิเสมือนป้อมตำรวจคอยควบคุม

อีกทอดหนึ่ง

พิธีกรที่ด้อยความรู้ความสามารถ

 (อาจ)  ไม่สามารถทำพิธีอัญเชิญพระภูมิขึ้นสู่ศาลได้                 

           ผีอื่น (อาจ) ถือโอกาสขึ้นไปอาศัยแทน

แต่พระภูมิก็ไม่อาจขึ้นไปอาศัยบนศาลเจ้าที่ได้

 

 
Link
เพื่อนบ้านทั้งหมด
เพื่อนบ้านทั้งหมด

พรหมศาสตร์มหัสจรรย์

 
view